ต้นทุนวัสดุคงคลัง

ต้นทุน การจัดเก็บ สินค้า

การจัดการสต๊อกที่ดี เราจะต้องรู้ว่าสินค้าที่เก็บอยู่ในสต๊อกนั้น มีต้นทุนเท่าไหร่ คุ้มกับการจัดเก็บหรือไม่ ซึ่งการคำนวณต้นทุนวัสดุคงคลังนั้น มีส่วนประกอบคร่าวๆดังต่อไปนี้

 

  1. ค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเพื่อให้ได้วัสดุหรือวัสดุหรือสินค้านั้นๆมา (Item Cost) ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ประกอบด้วย
  • ราคาวัสดุหรือวัสดุหรือสินค้า
  • ค่าขนส่ง
  • ค่าประกัน
  • ค่าธรรมเนียมต่างๆ
  • ค่าภาษีศุลกากร
  1. ค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อ (Ordering Cost) เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งวัสดุคงคลังที่ต้องการ ซึ่งจะแปรตามจำนวนครั้งของการสั่งซื้อ แต่ไม่แปรตามปริมาณวัสดุคงคลัง เพราะสั่งซื้อของมากเท่าใดก็ตามในแต่ละครั้ง ค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อก็ยังคงที่ แต่ถ้ายิ่งสั่งซื้อบ่อยครั้งค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อจะยิ่งสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อได้แก่
  • ค่าเอกสารใบสั่งซื้อ
  • ค่าจ้างพนักงานจัดซื้อ
  • ค่าโทรศัพท์
  • ค่าขนส่งวัสดุหรือสินค้า
  • ค่าใช้จ่ายในการตรวจรับของและเอกสาร
  • ค่าธรรมเนียมการนาของออกจากศุลกากร
  • ค่าใช้จ่ายในการชาระเงิน
  1. ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา (Carrying Cost) เป็นค่าใช้จ่ายจากการมีวัสดุคงคลังและการรักษาสภาพให้วัสดุคงคลังนั้นอยู่ในรูปที่ใช้งานได้ ซึ่งจะแปรตามปริมาณวัสดุคงคลังที่ถือไว้และระยะเวลาที่เก็บวัสดุคงคลังนั้นไว้ ได้แก่
  • ต้นทุนเงินทุนที่จมอยู่กับวัสดุคงคลังซึ่งคือค่าดอกเบี้ยจ่ายถ้าเงินทุนนั้นมาจากการกู้ยืมหรือเป็นค่าเสียโอกาสถ้าเงินทุนนั้นเป็นส่วนของเจ้าของ
  • ค่าคลังวัสดุหรือสินค้า
  • ค่าไฟฟ้าเพื่อการรักษาอุณหภูมิ
  • ค่าใช้จ่ายของวัสดุหรือวัสดุหรือสินค้าที่ชารุดเสียหายหรือหมดอายุเสื่อมสภาพจากการเก็บนานเกินไป
  • ค่าภาษีและการประกันภัย
  • ค่าจ้างยามและพนักงานประจำคลังวัสดุหรือสินค้า ฯลฯ